Lucky in game

ฉันพอจะเข้าใจเหตุผลของคนที่เล่นหรือและติดเกมแล้วล่ะ
เข้าใจเอาวันนี้ที่พลังหดหู่จู่โจมจิตใจ เอาจริง ๆ ไม่มีใครจะทำให้ใจฉันห่อเหี่ยวได้เท่าตัวฉันอีกแล้ว ถึงรู้อย่างนั้นก็เถอะมันห้ามกันไม่ได้จริง ๆ

วินาทีที่ฉันรู้สึกพ่ายแพ้
รู้สึกว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดมันไม่มีอะไรที่ดีพอจะเป็นมาสเตอร์พีซ
รู้สึกว่างานที่เราจับยึดมาตลอดเพราะคิดว่าเป็นสิ่งเดียวที่ดีเด่นที่สุดในชีวิตมันไม่จริง
แม้จะมีคนบอกว่าเราควรแข่งขันกับตัวเอง อย่าไปเปรียบเทียบกับใคร มันสวยหรูมากนะเพราะในชีวิตการทำงานจริง ๆ ต่อให้เราไม่ฟุ้งซ่านเปรียบเทียบกับคนอื่น เราก็ถูกกลไกการเลือกหัวกะทิเปรียบเทียบจนเราต้องใช้ความพยายามเพื่อแข่งขันกับคนอื่นอย่างเลี่ยงไม่ได้

ไอ้ความพยายามนี่แหละบ่อเกิดของความเจ็บปวด
ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายคืออะไร ความสำเร็จที่ว่าคืออะไร บนโลกนี้มันมีคนที่ใช้ความพยายามเท่ากันแต่ได้ผลไม่เหมือนกัน ‘พรสวรรค์’ คือตัวแปร

ถ้าย้อนกลับไปสมัยเรียน
ฉันเคยขุ่นเคืองคับข้องใจกับบรรดาหัวกะทิที่เกิดมาก็มีมันสมองที่พร้อมจะเข้าใจอะไรอย่างง่าย ๆ
สมมติว่าอ่านหนังสือสอบ 5 รอบเหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความคนสมองธรรมดากับสมองเป็นเลิศจะได้คะแนนเท่ากัน ฉันพยายามแทบตายก็ไม่มีทางไปถึงคะแนนที่คาดหวัง บางคนให้กำลังใจว่าเขาอาจจะพยายามมากกว่า อ่านหนังสือมากกว่า ตั้งใจเรียนมากกว่า นั่นก็จริง แต่ฉันก็ยังเชื่อสิ่งที่สวรรค์ให้ติดตัวมาด้วย

นี่มันคำรำพันของคนแพ้แล้วพาลชัด ๆ
แต่ก็นั่นแหละ โลกของการทำงานมันมีคนที่มีพรสวรรค์อยู่จริง ๆ ที่เกิดมาเพื่อทำสิ่งนั้น เป็นสิ่งนั้น
ส่วนฉันนอกจากพรสวรรค์ไม่มี แถมยังขี้เกียจในการสร้างพรแสวงอย่างใครเขาว่า เลยเกิดเป็นเอนทรี่แห่งการโทษฟ้าโทษสวรรค์อยู่อย่างนี้

เมื่อโลกแห่งความเป็นจริงเราแพ้
เลยเล่นเกมทุกครั้งที่ห่อเหี่ยว เล่นจนกว่าจะผ่านครบทุกด่าน เล่นจนกว่าจะชนะ เล่นจนกว่าจะรู้สึกฮึกเฮิม จากนั้นก็ออกจากโลกหน้าจอแล้วเงยหน้ามาเผชิญโลกจริง ๆ ต่อไป

วันนี้ฉันรู้สึกพ่ายแพ้
แพ้ที่ฉันไม่เก่งพอ ไม่ดีพออย่างที่มันควรจะเป็น
รู้สึกห่อเหี่ยวทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครคิดว่ามันร้ายแรง แต่เพราะความไม่มั่นใจเก่า ๆ มันแสดงตัวขึ้นมาในเวลาเดียวกันเลยทำให้ใจทรุด ผสมกับช่วงก่อนหน้านี้ที่คิดหนักเรื่องอายุที่กำลังจะเข้าเลขสี่ในอีกไม่กี่ปี จนออกมาเป็นรสชาติชีวิตขมปร่าแบบนี้

ถ้าจะไม่หันหลังแล้วเปลี่ยนทางเดิน
ก็ต้องเอาจริงเอาจังให้หนักกว่านี้ มันมีแค่นี้แหละ

เขียนขึ้นมาในวันที่ย่ำแย่
แต่วันนี้ไม่เป็นเหมือนเมื่อวาน
ตอนแรกว่าจะไม่เอามาลงในบล็อกแต่คิดว่าอยากเก็บไว้ให้ตัวเองอ่านว่าเวลาเราแพ้แล้วพาลแต่ไม่ยอมฮึดปรับปรุงตัวมันน่าสมเพชยังไง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s