เป็นอื่น

“สุดท้ายพอเลิกกันก็กลายเป็น…คนอื่น”

เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา
ฉันกระหยิ่มว่าฉันเก่งที่สามารถฝ่าด่านแรกของการ ‘ทำใจ’ ได้แล้ว
แม้จะมีร้องไห้บ้าง คิดถึงอยู่บ่อยๆ แต่ฉันยังสามารถใช้ชีวิตปกติได้อย่างมีสติ

แต่แผลมันเพิ่งสด
การจะด่วนสรุปว่าฉันทำได้มันเร็วเกินไป

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันร้องไห้ทุกวัน
คิดมาก คิดสับสนจนนอนไม่หลับ กระทั่งอ่อนเพลีย ไม่สามารถตื่นเช้าไปวิ่งได้
เมื่อเรื่องใจกระทบกายจนทำให้ระบบชีวิตประจำวันรวน ฉันก็เริ่มเครียด

ฉันกำลังเดินวนอยู่ในอีกขั้นของการทำใจ (ไม่ได้)
ไม่รู้ว่าสำหรับคนที่โดนบอกเลิก โดนไล่ออกจากความสัมพันธ์คนอื่นเป็นอย่างไร
สำหรับฉัน สเต็ปนี้มันทำให้อ่อนแออย่างมากๆ

ในขั้นแรก
ฉันไม่ได้ฟูมฟายมากอย่างที่คิด
ฉันไม่ได้เพียรอ้อนวอน ร้องขอให้เขากลับมา
เพราะได้พยายามไปแล้วครั้งหนึ่งในวันที่สิ้นสุดความสัมพันธ์
ฉันไม่ได้ก่นด่า สาปแช่ง โทษตัวเอง โทษเขา หรือโทษใคร
ฉันแค่ใช้ชีวิตของฉันไปพร้อมๆ กับการคิดถึงวันเวลาดีๆ ที่ล่วงเลยมาแล้ว
ฉันคิดว่าฉันทำได้ดีในขั้นนี้

ในขั้นที่สอง
ที่โหดร้ายกับความรู้สึกอย่างยิ่ง
ฉันยังติดกับ ฉันยังเดินวนอยู่กับคำว่า…ไม่พิเศษ

เมื่อมานั่งคิดว่า
ในวันหนึ่งข้างหน้าหากได้เจอกัน ไปเที่ยวด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ทำอะไรๆ ด้วยกัน
ทุกอย่างแม้ดูเหมือนกันเพราะฉันยังรักเขา แต่มันไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว

ฉันจะไม่กระตือลือล้นที่จะได้เจอ ฉันจะไม่ตื่นเต้นที่ได้อยู่ด้วยกัน
ฉันจะไม่รู้สึกอะไรมากจนอยากที่จะคว้ากล้องมาเก็บภาพเพื่อบันทึกความทรงจำ
และอาจกระทั่งไม่อยากเขียนอะไรๆ ลงสมุดบันทึกด้วยซ้ำ
นั่นเพราะ ฉันไม่รู้สึกว่ามันมีความพิเศษอะไรระหว่างกันอีกต่อไป
มันเป็นการเจอกันหลังคำว่าเลิก
ฉันไม่อยากจดจำมันสักนิด

เมื่อคิดมาถีงตรงที่ว่าต่อไประหว่างเราจะไม่มีเรื่องราวพิเศษๆ อีกแล้ว
ฉันก็รู้สึกโหวง ใจหายกับความว่างเปล่า ระยะห่างระหว่างเรานับจากนี้

เพื่อนคนหนึ่งบอกว่าสำหรับคนที่ทำใจนี่ถือเป็นเรื่องดี
เพราะเขาจะกลายเป็นแค่คนหนึ่งในชีวิตที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร
แต่สำหรับคนทำใจที่ยังไม่พร้อมจะสูญเสียความพิเศษนี้ มันเป็นสิ่งที่เจ็บปวด

ฉันไม่อยากสูญเสียความรู้สึกเหล่านี้
แต่ในเมื่อฉันยังต้องมีชีวิตต่อ ฉันต้องก้าวผ่านไปให้ได้

นี่คือ สเต็ปของการกำลังจะปลดปล่อยความพิเศษ
เพื่อนคนหนึ่งที่ผ่านสเต็ปโหดร้ายมาก่อนฉัน บอกว่า
“สุดท้ายคนเราพอเลิกกันก็กลายเป็น…คนอื่น”

เป็นคนอื่น
กลายเป็นใครอื่น
ที่วันหนึ่งหากเจอกันเราคงจะทักทายกันด้วยคำถามแบบนี้
“เป็นไงบ้าง”
“สบายดีไหม”
“ตอนนี้ทำอะไรอยู่”

มันค่อนข้างจะทารุณอยู่เหมือนกันเมื่อถึงตรงนี้
แต่เพื่อนก็ให้กำลังใจว่า นั่นเป็นเรื่องอนาคตเมื่อวันที่เราทำใจได้แล้ว
ซึ่งมันจะเป็นเรื่องที่ดี ดีจริงๆ

ตอนนี้ก็ทำได้แค่ปล่อยให้เวลาค่อยๆ เยียวยาหัวใจให้เราเอาชนะสเต็ปหินๆ ไปให้ได้
ฉันรู้ว่าฉันจะทำได้ ฉันรู้

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s