Reading Friday (on M o n d a y) : หิมาลายัน

ตั้งใจว่าจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ว่ามีอาคันตุกะมาเยือนถึงห้องเลยต้องเอาใจใส่ดูแล ไม่มีสมาธิมานึกคำ เลือกตัวอักษรสักเื่ท่าไหร่ ประกอบกับต้องเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และกลับมาถึงห้องได้ใช้คอมฯ ประจำตัวเอาก็วันนี้ เวลานี้ ถ้าจะ้ต้องให้รอไปจนถึงวันศุกร์อีกวันศุกร์ ก็คงจะไม่ได้เขียน ไม่ได้เล่า ไม่ได้แนะนำกันละ

Reading Friday จึงกลายเป็น Reading Friday on Monday ตามเหตุข้างต้น

หิมาลายัน
เป็นหนังสือที่ได้มาเมื่อสองสามปีที่แล้ว ไม่ได้ซื้อเองแต่มีพี่คนหนึ่งให้มาอ่าน
เคยเปิดไปหน้าสองหน้าแล้วก็วาง จากนั้นก็ไม่ได้คิดจะแตะต้องข้องแวะอีกเลย

เหตุผลแรกๆ คงเพราะ มัน หนา มาก
ด้วยจำนวนหน้ากระดาษเกือบ 800 หน้าทำให้ลังเลทุกครั้งที่จะเลือกมาอ่าน

เหตุผลหลังๆ คงเพราะอคติ
ความที่เปิดอ่านครั้งแรกผ่านๆ แล้วรู้สึกไม่สนุก ไม่อยากอ่านต่อ ทำให้ยังแหยงๆ และคิดว่ามันไม่น่าจะคุ้มเวลาอ่านสักเท่าไหร่

แต่ก็ไม่รู้อะไรดลใจให้เปิดหนังสือ และเปิดใจอ่านมันจนจบภายในเวลาหนี่งวันหนึ่งคืน
ความไม่สนุกหายไปกับสายลม เพราะมันสนุกมากๆ เป็นหนังสือที่อ่านเพลิน อ่านมัน อ่านจนไม่อยากวาง ไม่อยากนอน ไม่อยากทำอะไรเลย อยากจะรู้เรื่อง อยากจะปิดหนังสือพร้อมกับคำตอบทุกอย่างที่ปมเรื่องได้สร้างไว้

เรื่องความหนาของหนังสือไม่ได้ทำให้ใช้เวลามาก
อาจเพราะเคยเจอผู้ชนะสิบทิศ ที่ทั้งหน้า ทั้งหนัก แถมตัวหนังสือเล็ก เรียงกันเป็นพรืด แทบไม่มีช่องว่างให้หายใจหายคอมาแล้ว มาเจอ ‘หิมาลายัน’ เลยสบายกว่ากัน เพราะกระดาษไม่หนัก แค่เปิดหน้ายากนิดหน่อยเวลาที่อ่านไปท้ายๆ เล่มแล้วเท่านั้น

จากชื่อเรื่อง
ทำให้เราคิดว่านิยายเรื่องนี้เป็นรักโรแมนติคในดินแดนเล็กๆ แสนสงบสุขกลางเืทือกเขาหิมาลัย

แต่ ‘หิมาลายัน’ เป็นการต่อสู้ทางความคิดที่แตกต่างกันของมนุษย์
แน่นอนมันเกี่ยวข้องกับชาติ, อำนาจ, คุณธรรม, การเมืองการปกครอง,สันติภาพ และ ความรัก

ฟังคร่าวๆ จากข้างต้นอย่าคิดว่าจะเครียดมากนัก
แม้เรื่องราวจะหนักและจริงจัง แต่ คุณประภัสสร เสวิกุล เล่าเรื่องแบบที่เราคาดไม่ถึง ใ้ห้ึความรู้สึกกึ่งจริงกึ่งฝัน เหมือนเป็นหนังแฟนตาซีที่อาจเกินจริง เหลือเชื่อ แต่สมเหตุสมผลเหมือนอ่านหรือดูหนังกำลังภายในของจีน

การเล่าเรื่องแบบนี้เองที่ีทำให้อ่านได้เรื่อยๆ ไม่หยุด

ส่วนความดีงามหรือข้อคิดของหนังสือเล่มนี้ เราเองคงไม่กล้าพูดอะไรมาก นอกจากบอกว่า ‘หิมาลายัน’ เป็นหนึ่งใน 500 เล่มหนังสือดีสำหรับเด็กและเยาวชน (สมาพันธ์องค์กรเพื่อพัฒนาหนังสือและการอ่าน)

สถานการณ์ทางการเมืองในหลายๆ ประเทศ
ทำให้เรานึกถึง ‘จูปาดาวา’ ประเทศเล็กๆ ที่อยู่อย่างสงบ จนถูกรุกรานล่วงล้ำจากประเทศใหญ่ๆ มาเรื่อยๆ การต่อสู้เพื่ความอยู่รอดของประเทศชาติและประชาชน จำต้องอาศัยผู้นำที่มีอุดมการณ์แข็งแกร่ง และเสียสละอย่างยิ่ง รวมถึงความสามัคคีของคนในชาติด้วย

หากชาติปราศจากคุณธรรมเบื้องต้นของทุกคนแล้วไซร้
อำนาจอธิปไตยก็คล้ายกับยกใส่พานถวายให้กับผู้รุกรานแล้วนั่นเอง

ปิดหนังสือพร้อมความสะเทือนใจเล็กๆ
เพราะคำตอบที่นึกอยากรู้ อยากได้มันก็หายไปพร้อมๆ กับสายลมเช่นกัน

Advertisements

2 thoughts on “Reading Friday (on M o n d a y) : หิมาลายัน

  1. เคยอ่านเรื่องนี้ตอนเด็ก จำได้เลือนลาง แต่รู้ว่าติดตามอ่านผลงานของนักเขียนท่านนี้เกือบทุกเล่ม คงเพราะได้อ่านประวัติของท่านแล้วมีความรู้สึกร่วม

    ชอบประโยคนี้ที่สุด 🙂
    หากชาติปราศจากคุณธรรมเบื้องต้นของทุกคนแล้วไซร้
    อำนาจอธิปไตยก็คล้ายกับยกใส่พานถวายให้กับผู้รุกรานแล้วนั่นเอง…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s