หนังสือเดินทาง

หนังสือเดินทาง หรือ Passport เล่มแรกของเราหมดอายุแล้ววันนี้
ถ้าพูดจริงๆ มันจะหมดอายุตั้งเดือนธันวาคม แต่การใช้งานที่ต้องเหลืออายุของหนังสือเดินทางอย่างน้อย 6 เดือน ทำให้มันใช้งานไม่ได้อีกต่อไป

การเดินทางที่เหมือนจะยาวนานตลอด 5 ปีของหนังสือเล่มเล็กๆ นี้
ได้พาเราออกไปเปิดหู เปิดตา เปิดใจ และเปิดโลกใหม่ๆ อยู่บ้าง

ไม่ถึงกับมาก
แต่คงไม่จัดว่าน้อย

เอาเป็นว่าได้ท่องเที่ยวกำลังดี สมฐานะ และสมใจคนที่หัวใจใฝ่การเที่ยวอย่างเราเป็นหนักหนา
แต่ละทริป แต่ละเที่ยวการเดินทางมีแต่ความประทับใจกลับมา
แม้บางครั้งจะเหนื่อย หรือมีเรื่องให้เจ็บใจบ้าง
แต่โดยรวมมันเป็นประสบการณ์ที่ดีจริงๆ

ไหนๆ ก็ไหนๆ
ขอเสนอหน้าสรุปการเดินทางอันน่าจดจำให้ฟังดีกว่า
แม้ไม่มีใครเรียกร้องต้องการ แต่เราภาคภูมิใจนำเสนอจริงๆ

1.เวียงจันทร์-วังเวียง
เดินทางวันที่ 22-24 มิถุนายน 2550
ประเดิมเจิมหนังสือเดินทางด้วยประเทศบ้านเพื่อน เพื่อนบ้านกันนี่เอง
เป็นทริปฉุกละหุก กระัทันหัน เริ่มเร็วจบเร็วอย่างคาดไม่ถึง

เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางและการดื่มเบียร์ลาว
แต่มิตรภาพและความเฮฮาจากเพื่อนร่วมทริป และจากเจ้าบ้านที่เตรียมการต้อนรับอย่างดีเกินพอ ทำให้การประทับตราครั้งแรกในหน้าหนังสือเดินทาง ถูกประทับลงในหัวใจเราไปเรียบร้อยแล้ว…
แน่นอนว่าไม่มีวันลืมเลือนอย่างเด็ดขาด

2.ฮานอย-ฮอยอัน-เว้
เดินทางวันที่ 30 พฤศจิกายน-9 ธันวาคม 2550
สงสัยทริปแรก ทริปลาวได้เพาะเชื้ออยากเที่ยวเอาไว้เต็มที่ เพราะในปีเดียวกันนั้นเราก็คิดการใหญ่ ด้วยการวางแผนเที่ยวต่างบ้านต่างเมืองครั้งแรกด้วยตัวเอง ริจองที่พัก หัดจองตั๋วรถไฟตั้งแต่เมืองไทย เตรียมการทุกอย่างเอาไว้อย่างดี

แล้วก็หอบเอาเพื่อนสาวไปด้วยกันอีกสองคน

เป็นทริปแรกที่เดินทางยาวนานที่สุด ณ ตอนนั้น
ทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจ ทั้งคาดหวัง ทั้งกดดัน ทั้งเครียด
แต่แล้วแต่ละวันมันก็ผ่านไปจนถึงกำหนดกลับบ้านเกิด

ไม่เคยปิดโทรศัพท์นานอย่างนี้มาก่อน ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเยอะๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
นั่งนึกภาพว่าคนอื่นกำลังทำงาน แต่เราเดินเตร่ เอ้อละเหยอยู่ในอีกประเทศ
ความรู้สึกมันยิ่งกว่าสุดยอดเลยตอนนั้น
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่ชัด คือ เสพติดการท่องเที่ยวอย่างจริงจังเข้าซะแล้ว

3.กัวลาลัมเปอร์-มะละกา-เกนติ้ง
เดินทางวันที่ 15-12 กันยายน 2552
ทิ้งระยะไปตั้งสองปีกว่าจะได้ออกเที่ยวอีกครั้ง
และพอได้เที่ยวอีกครั้งก็เหมือนกลับไปครั้งแรกอีกแล้ว

ฉุกละหุก กระัทันหัน เริ่มเร็วแต่ไม่ได้จบเร็วเกินไป
เรียกทริปนี้สั้นๆ ว่า “ทริปหนีตาม” ก็แล้วกัน

แค่เพราะผู้ชายตกเครื่อง แล้วจะเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านจากกัวลาลัมเปอร์
เราก็ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊งว่า “อย่าเพิ่งรีบกลับเลยพี่เอ้ย เดี๋ยวน้องไปหาถึงที่”

มีเวลาแค่วันหรือสองสามวันในการหาข้อมูลทุกอย่าง
เป็นหลักสูตรเร่งรัดที่โชคดีตรงที่มีคนเคยไปมาแล้ว ช่วยลดต้นทุนเวลาไปมาก

มันเป็นการเดินทางออกนอกประเทศด้วยตัวคนเดียวครั้งแรกจริงๆ
เรียกว่าตื่นเต้น และ กลัว ดูจะน้อยไป รวมๆ แล้วคือ ตื่นกลัวมากถึงมากที่สุด

ทริปนี้มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น
และเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างของเราไปถาวร
นั่นคือ การโดนมิจฉาชีพหลอกเอาเงินไปหน้าตาเฉย
เป็นประสบการณ์ล้ำค่า ที่หนังสือนำเที่ยวเล่มไหนๆ ไม่เคยสอน

4.มาเก๊า-ฮ่องกง
เดินทางวันที่ 2-9 กุมภาพันธ์ 2553
เอาใหญ่แล้ว เตลิดใหญ่แล้ว
ในหัวมีแต่คิดว่า “จะไปไหนต่อดี”
และแล้วการประทับตราครั้งที่ 4 ก็เกิดขึ้นในที่สุด

เก็บสะสมข้อมูลไว้นานและเยอะ
อ่านมาก แต่ก็ไมไ่ด้แปลว่ารู้มากเสมอไป
เพราะเมื่อเดินทางไปแล้วจริงๆ ก็มีข้อผิดพลาดที่เกิดจากความเข้าใจผิด และเข้าใจไปเองของเราหลายอย่าง

แต่รวมๆ แล้วทริปนี้สนุกสุขสันต์มาก
เพราะตั้งใจมาก และอยากไปมาก เมื่อได้ไปเลยสมใจเหมือนได้ของขวัญ
แอบบอกตัวเองเอาไว้ว่าอยากจะมาอีก ถ้ามีโอกาสจะมาให้ได้ คอยดูซิ

5.กัวลาลัมเปอร์-กุ้ยหลิน
เดินทางวันที่ 26 กันยายน-9 ตุลาคม 2553
ลบสถิติการเดินทางยาวนานที่สุดของทริปเวียดนามไปเรียบร้อย
ใช้เวลา 2 สัปดาห์ไปกับการไปเที่ยวในประเทศที่เราต้องทำวีซ่าครั้งแรก

ขอวีซ่าไม่ยาก, อยากได้แค่จ่ายตังค์
แต่การเดินเข้าด่านตรวจคนเข้าเมืองใช้เงินซื้อไม่ได้
และแม้จะมีวีซ่าแปะอยู่บนหน้าหนังสือเดินทาง ก็ไม่ได้รับประกันอะไรเลย

โดนกักตัวและตรวจค้นตัว ค้นกระเป๋าที่ห้องรับรองเล็กๆ
โดนสงสัยว่าน่าจะเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะเส้นทางการบินแปลกๆ

จากเมืองไทยทำไมไม่ขึ้นเหนือตรงสู่จีน
ลงใต้ไปกัวลาลัมเปอร์ตั้งหนึ่งวันหนึ่งคืนทำเบื๊อกอะไร
ให้เหตุผลง่ายๆ หลังการค้นหายาเรียบร้อยแล้วว่าเพราะแอรฺ์เอเชียไม่มีบินตรงน่ะเพ่!

ทริปนี้เหนื่อย
แทบหมดพลัง รู้สึกเลยว่าสังขารบ่ายคล้อยไปมาก
ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ยั่งยืน นอกจากส้วมจีนที่ลือกันว่าน่ากลัวยังไงก็น่ากลัวอย่างนั้นจริงๆ
โดนมากับตัว เห็นมากับสองตา!
หลอนซะยิ่งกว่าจูออนอีกพ่อคุณแม่คุณเอ้ย

6.ฮ่องกง
เิดินทางวันที่ 12-16 มิถุนายน 2554
ปิดเล่มหนังสือเดินทางเล่มแรกของเราได้อย่างสวยงาม
ชอบความรู้สึกใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นกับที่เดิมๆ

ฮ่องกงมีอะไรให้ตื่นเต้น
และชวนให้อยากไปซ้ำๆ อีกเรื่อยๆ ทำไมก็ไม่รู้

หนังสือเดินทางเล่มใหม่ยังไร้ตัวตน
แต่ถ้ามีเมื่อไหร่คงทำให้อุ่นใจได้แ่น่ๆ ว่ามันจะพาเราออกไปท่องโลกกว้างๆ อีกครั้ง

เห็นหน้าว่างๆ ของหนังสือเดินทางทีไร
อยากหาโอกาสไปประทับตราให้มันเต็มๆ ซะทุกทีซิน่า

Advertisements

3 thoughts on “หนังสือเดินทาง

  1. ชิลดีเเท้ เรากำลังจะไปฮ่องกง แต่แค่ 3 วันเองอ่ะ โคตรตื่นเต้นเลยอ่ะ เหอะเหอะ

  2. อ่านแล้วจุดประกายให้อยากออกไปเที่ยวบ้างเลยค่ะ ><

  3. จัดอีกจิ อยากไปด้วยกันอีก
    1 สาวตัวยาว กับ 1 สาวตัวเล็ก (^^)d
    คิดถุงๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s