Size doesn’t matter-ขนาดของเกาะ

เคยเขียนถึงมาเก๊าและฮ่องกงเอาไว้นานแล้วหลังจากที่ไปเที่ยวกลับมา
แต่ยังไม่ได้เอามาลงไว้ที่บล็อกสักที
เขียนคนเดียว อ่านคนเดียวก็ดูจะไม่เกิดประโยชน์เท่าไหร่ เลยเอาลงมาซะดีกว่า

ด้วยความที่เขียนเอาไว้ค่อนข้างยาวเลยจะแบ่งเป็น 2 ตอน
จะได้อ่านกันง่่าย สบายตาหน่อย ซึ่งตอนแรกนี้จะเล่าเรื่องของมาเก๊าก่อน

เชิญๆ

Macau&Hong kong-Size doesn’t matter
ขนาดของเกาะ

“อะไรนะพี่ จะไปเที่ยวฮ่องกงตั้งเจ็ดแปดวันเลยเหรอ ไปทำอะไรน่ะ ยิ่งมาเก๊านะเล็กจะตาย วันเดียวก็เที่ยวหมดเกาะแล้วพี่” ฉันหัวเราะแหะๆ แทนการตอบคำถามของน้องคนหนึ่งซึ่งคงเคยไปเยือนฮ่องกง-มาเก๊ามาแล้วในแบบของเขา ฉันไม่ได้ดูถูกเหรือเยาะยิ้มในคำเตือนนั้น และโดยเฉพาะไม่หวั่น อาจเป็นเพราะเชื่อว่า ‘การท่องเที่ยว’ หรือ ‘การเดินทาง’ ในแบบของแต่ละคนล้วนต่างกันออกไป คงคล้ายๆ กับอะไรที่ว่า “You are what you see”

สำหรับฉันไม่ว่าฮ่องกงจะไม่มีอะไรทำ หรือมาเก๊าจะเล็กแสนเล็กแค่ไหน…ฉันต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง

มาเก๊า
มาเก๊าในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ต้อนรับฉันกับเพื่อนด้วยลมหนาวๆ
และฉันก็ตอบรับการทักทายเย็นๆ นั้นให้อุ่นขึ้นด้วยเสื้อกันหนาวและผ้าพันคอที่เตรียมพร้อมมาแล้ว
เมื่อเดินทางเข้าที่พักและออกมาเดินเล่นตามตรอกซอกซอยแล้วก็ได้แต่หันหน้ามองเพื่อนว่า “เมืองอะไรทำไมเงียบอย่างนี้” และพอได้สอดส่องโน่นนี่ตามประสาคนช่างอยากรู้ ก็เลยพอจะอนุมานได้ว่า คนที่นี่ถ้าไม่ออกจากบ้านไปเก็บตัวในบ่อนการพนัน (เอ่อ เรียกคาสิโนก็ได้จะได้ดูหรูหรากว่ากันหน่อย) ก็จะออกจากบ้านมาเพื่อเบียดเสียดกันเดินเข้าเดินออกร้านแบรนด์เนมทั้งหลายแหล่ เรียกง่ายๆ ว่าถ้าไม่ไปเสียเงินให้เจ้ามือคาสิโน ก็เอาเงินไปหย่อนไว้กับการช้อปปิ้งนั่นเอง

แต่จะเหมารวมเอาคนทั้งเกาะมาเก๊าก็ดูจะใจแคบไปหน่อย เพียงแต่ด้วยบรรยากาศอึมครึมๆ ของฤดูหนาวจะให้ผู้คนจับเจ่านั่งเฝ้าจอทีวีอยู่ที่บ้านก็กะไรอยู่ การออกมาเจอเพื่อนๆ วัยเดียวกันในคาสิโน หรือสังสรรค์กันในย่านช้อปปิ้งก็คงสร้างความกระชุ่มกระชวยให้กับคนมาเก๊าและนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย

หลังจากที่เดินสำรวจตรวจตราไปหลายมุมหลายซอกของมาเก๊าอย่างคร่าวๆ แล้ว วันรุ่งขึ้นฉันกับเพื่อนก็ออกปฏิบัติการตระเวณเที่ยว โดยมีหนังสือนำเที่ยวของการท่องเที่ยวมาเก๊านำทาง และมีบรรดาพลเมืองเป็นตัวช่วยเมื่อเวลาที่หมดหนทาง

เที่ยวไปเที่ยวมาก็เป็นอันว่าจบหนึ่งวันที่มาเก๊า เมืองเล็กๆ ที่อบอวลบรรยากาศของยุโรปด้วยการเที่ยวเกือบครบทุกที่ที่ควรจะต้องไปดู ไปรู้ ไปเห็น ไปสัมผัส ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นวัดจีนเก่าแก่ หรือโบสถ์คริสต์ที่มีมาช้านานตั้งแต่สมัยที่มาเก๊ายังอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส และสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

การเที่ยวที่มาเก๊าจึงเหมือนการเดินย้อนเวลากลับไปหาอดีตที่แม้ว่าบางครั้งอาจจะเหลือเพียงร่องรอยหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์ อย่างเช่น ซากประตูโบสถ์เซ็นต์ ปอล (Ruins of St.Paul’s), ส่วนของกำแพงเมืองโบราณ (Section of the Old City Wall) หรือ ป้อมปราการเม้าท์ ฟอร์เทรส (Mount Fortress) เป็นต้น แต่ความไม่สมบูรณ์เหล่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เราสามารถจินตนาการถึงความรุ่งเรืองและความยิ่งใหญ่ที่ผ่านมาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

ไม่ใช่แค่แหล่งท่องเที่ยวเก่าๆ ที่มีคุณค่าทางใจต่อชาวมาเก๊าเท่านั้น นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ก็ยังเห็นความทันสมัยได้จากสิ่งก่อสร้างใหม่ๆ อย่างเช่น มาเก๊าทาวเวอร์ (Macau Tower) ซึ่งปัจจุบันก็เป็นหนึ่งในลิสต์ A Must ของนักท่องเที่ยว ไม่แพ้ซากโบสถ์เซ็นต์ปอลเลยทีเดียว

ส่วนที่ฉันบอกว่า เที่ยวมาเก๊า ‘เกือบ’ จะครบนั้นก็แปลว่าฉันไม่ได้ไปทุกที่ และที่ไปไม่ได้ทุกที่ก็เพราะเวลามีจำกัด และที่เวลามีจำกัดก็เพราะฉันประเมิน ‘ขนาด’ ของมาเก๊าน้อยไปหน่อย

ถามว่ามาเก๊าเล็กมั้ย ในสายตาฉันเก็ว่าเล็กนะ แต่ในความเล็กของขนาดพื้นที่นั้นได้ซุกซ่อนรายละเอียดเอาไว้อย่างมากมายจนกลายเป็นความยิ่งใหญ่อย่างคาดไม่ถึง อย่างเช่น

ป้ายบอกทาง ที่ตั้งใจทำเอาไว้ซะดิบดี เหมาะมากๆ กับนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ที่ไม่ถนัดอ่านแผนที่นัก แถมยังปักป้ายให้เห็นกันทุกหัวมุมถนน ทุกแยก เอาเป็นว่าเดินเที่ยวได้อย่างสบายใจไม่หลงทางกันง่ายๆ

ป้ายรถเมล์ (มหัศจรรย์) สงสัยคนมาเก๊าคงขยันมากแน่ๆ หรือไม่ก็คงเป็นคนช่างเอาใจนักท่องเที่ยว หรือไม่ผู้ปกครองก็ใส่ใจในพลเมืองของเขาอย่างมาก เพราะป้ายรถเมล์ที่นั่นนอกจากจะบอกสายรถเมล์ที่จะผ่านถนนนั้นๆ แล้ว ยังใจดีเผื่อแผ่ข้อมูลที่สำคัญเอาไว้ด้วย ทั้งสถานที่สำคัญที่รถเมล์สายนั้นแล่นผ่าน, ราคาค่าโดยสารและเวลาที่รถเมล์จะมาถึง

ตู้ขายแสตมป์อัตโนมัติ นอกจากจะมีตู้แดงๆ ใบใหญ่ๆ เอาไว้ให้หย่อนพัสดุภัณฑ์ต่างๆ อยู่ทั่วเมือง โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว บางสถานที่จะมีตู้สำหรับขายแสตมป์อัตโนมัติอีกด้วย ส่วนว่าใครจะต้องติดแสตมป์ราคาเท่าไหร่นั้นที่ตู้ก็มีบอกรายละเอียดไว้เสร็จสรรพ เรียกว่าสะดวกใจนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ทางเดินเท้า มาเก๊าเป็นเมืองเล็กๆ ที่เหมาะแก่การเดินเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อทางเดินเท้ามีขนาดที่ไม่เล็กไม่แคบเมื่อเทียบกับความกว้างของถนนที่ให้รถราวิ่ง หรือถ้าทางแคบมากจริงๆ ก็จะทำที่กั้นเอาไว้อย่างชัดเจนแลดูปลอดภัยในชีวิต แถมทำไว้ซะดิบดีไม่ต้องกลัวเดินไปตกท่อไป หรือฝนตกก็ไม่ต้องระแวงระวังว่ารถที่ขับจะทำน้ำกระเซ็นสาดใส่ ว่าไปแล้วมันแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจคนเดินถนน ไม่เหมือนบางประเทศที่นอกจากจะตกท่อกันซ้ำซาก ทางเดินแคบแล้ว หน้าฝนทีไรคนเดินถนนแทบไม่มีสิทธิ์ใช้ชีวิตทุกที

นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางเสี้ยวของเกาะมาเก๊าที่ฉันประทับใจจนอยากจะเล่าต่อและบอกอีกเรื่อยๆ และถ้ามีโอกาสฉันก็อยากไปเยือนมาเก๊าอีก ครั้งนี้แม้จะนึกเสียดาย แต่อย่างน้อยฉันก็ได้ลองเที่ยวแบบของตัวเองบ้าง เลือกที่จะไม่เดินตามหนังสือ หรือคำแนะนำของใครจนหมดหน้าตัก

ถ้าใครถามว่ามาเก๊าในสายตาฉันเป็นอย่างไร
ฉันเองก็คงจะตอบลำบากเพราะมีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แค่เพียงสองวันสองคืนเท่านั้น
แต่ถ้าเปลี่ยนคำถามเป็นว่าฉันไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง ไปตรงนั้นตรงนี้มาหรือเปล่า นั่นก็อาจจะเป็นคำตอบที่ตอบได้ง่ายดายโดยแทบไม่ต้องหยุดคิด

และถ้ามีคนถามฉันว่าชอบอะไรมากที่สุดในสองวันสองคืนที่มาเก๊า ฉันก็คงยิ้มๆ และตอบว่า
“ชอบความเล็กแต่ไม่น้อย”

ถ้าคุณอยากรู้ว่ามาเก๊าตัวจริง เสียงจริงเป็นอย่างไร สงสัยต้องรีบจองตั๋วและเก็บกระเป๋าแล้วล่ะมั้ง จะได้รู้กันว่าเสียทีว่านอกจากการพนันชนิดต่างๆ ที่ดึงดูดผู้คนให้เข้าหาแล้ว เกาะเล็กๆ อย่างมาเก๊ายังมีอะไรให้เราหลงเสน่ห์ได้อีกบ้าง

Advertisements

One thought on “Size doesn’t matter-ขนาดของเกาะ

  1. เดี๋ยวเรียนจบหาวันหยุดยาวๆไปมั่ง
    ปล.ธีมใหม่สวยน๊า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s