บุญคุณมะลิ

อ่าน ‘บ้านเกิดและเพื่อนเก่า’ ของคุณวาณิช จรุงกิจอนันต์ ผู้ล่วงลับจบไปเมื่อวันสองวันก่อน เกิดอารมณ์อยากเล่าเรื่อง ‘บ้านเกิด’ และ ‘เรื่องเก่า’ ในวัยเด็กของเราบ้าง

ในหนังสือเล่มนี้ คุณวาณิชเล่าเรื่องเพื่อนๆ และคนรอบๆ ตัวเป็นหลัก รวมถึงกิจกรรม การละเล่นต่างๆ ที่ได้ทำ ได้เล่นเมื่อครั้งกระโ้น้นด้วย

ที่เราอยากดึงความทรงจำกลับมาเล่าครั้งนี้ เป็นเรื่อง ‘งานพิเศษ’

ตอนเราเรียนอยู่ชั้นประถมฯ ฐานะทางบ้านเราจัดอยู่ในระดับ ‘จน’ ไ้ด้เลยนะ (ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถจัดว่ารวยได้เช่นกัน) ถามว่าเราน้อยเนื้อต่ำใจมั้ย แน่นอน, แต่โชคดีของแม่ที่เราไม่ใช่เด็กงอแงที่ร้องจะเอาโน่นเอานี่ อาจเพราะรู้ว่าถึงอยากได้ก็ไม่ได้ ร้องไห้ไปก็อาย ก็เหนื่อยเปล่าๆ

การที่จะหาเงินไปโรงเรียนเพื่อเป็นค่าเดินทาง และค่าอาหาร หรือค่าขนมของเรานั้น ลำพังจะหวังพึ่งรายได้จากการที่แม่ทำงานรับจ้างหลากหลายเพียงอย่างเดียวก็ดูจะไม่พอ เราเลยต้องมี ‘งานพิเศษ’

เด็กบ้านนอกในสมัยนั้นจะให้ไปยืนอยู่ที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดก็คงผิดเรื่อง สถานที่ทำงานของเราจึงเกี่ยวกับเรือกสวนไร่นา

จริงๆ เราก็ทำงานพิเศษเพื่อรายได้พิเศษมาไม่น้อยนะ แต่ที่อยากเล่าถึงเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นการเก็บดอกมะลิ

เราจำไม่ได้แล้วว่าใครเป็นคนบอกให้เราไปเก็บดอกมะลิ จะเป็นแม่เสนอแล้วเราสนอง หรือเป็นเราเองที่ออกตัวก่อนก็ไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าเราต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า งัวเงียเดินจากบ้านไปสวนมะลิของคนแถวบ้าน ด้วยอุปกรณ์ในมือ คือ ขันน้ำสำหรับใส่ดอกมะลิ และเทียนสำหรับให้ความสว่าง

ที่สวนมะลิกว้างๆ นั้นไม่ค่อยจะมีคนนัก แต่ก็ไม่ใช่จะมีแค่เรา สิ่งที่ต้องทำคือ การเด็ดดอกมะลิตูมๆ ใส่ขันอย่างรวดเร็ว แข่งกับตัวเอง และคนอื่น แม้จะค่อนข้างมืดเนื่องจากแสงริบหรี่ของเทียนไม่ค่อยได้ช่วยอะไร แต่ดอกมะลิสีขาวโพลนในที่มืดกลายเป็นความสว่างที่เคยตา คุ้นมือพอที่จะทำให้เราเด็ดได้อย่างคล่องแคล่วในเวลาต่อๆ มา

พอไก่เริ่มขัน พระอาทิตย์เริ่มจะทำงาน เราก็ต้องนำดอกมะลิที่เด็ดได้ทั้งหมดไปตวงใส่กระบอกลิตร แล้วเจ้าของสวนก็จะจ่ายเงินเราตามปริมาณที่เด็ดได้

ออกจากสวนเราก็เดินกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน ถ้ามันเป็นวันธรรมดา แต่ถ้าเป็นวันหยุดเราก็จะเก็บไปจนถึงสายหน่อย เพราะสวนค่อนกว้างและแบ่งเป็นหลายจุดตามบริเวณบ้านของเจ้าของ (เพิ่งนึกออกว่าเจ้าของ คือ ป้าดม)

ถามว่าการไปรับจ้างเด็ดดอกมะลิเป็นความทรมาณกายและใจมากหรือไม่

ไม่…เท่าไหร่ก็คือคำตอบ

อาจจะแค่รู้สึกตอนที่โดนแม่ปลุกทั้งๆ ที่นอนหลับสบายอยู่ แล้วก็รู้สึกกลัวๆ ตอนที่ต้องเดินจากบ้านไปสวนคนเดียว แล้วก็หวาดๆ ตอนที่ก้มๆ เงยๆ เด็ดดอกมะลิ อย่างว่านะ, เราก็แค่เด็กประถมฯ ตัวเล็กๆ ที่ต้องต่อสู้กับความง่วง ความหนาวเย็น และความกลัว

ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเกลียดแม่ที่ต้องมาทำงานพิเศษอย่างนี้ เพียงแค่อายอยู่บ้างเพราะลูกคนเล็กของป้าดม ก็อายุเท่ากับเรา เป็นเพื่อนเล่นกันด้วยในบางที เลยแอบอิจฉาลูกๆ บ้านเจ้าของสวนอยู่บ้างเหมือนกันในบางอารมณ์

เิงินที่ได้จากการทำงานพิเศษของเราก็คงไม่ได้มาก ไม่ได้มายอะไรหรอก

เพียงแต่มันคงช่วยให้แม่เบาใจไปได้บ้าง ว่าอย่างน้อยเราจะได้ไปโรงเรียนแน่ๆ เพราะแม่สนับสนุนเรื่องการเรียนอย่างจริงจัง จนแค่ไหน ลำบากยังไงลูกต้องได้เรียน

ดังนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจไปที่เราจะผูกพันกับดอกมะลิมากเป็นพิเศษ เพราะดอกมะลิมีความพิเศษกับชีวิตเราที่นอกจากจะเป็นงานพิเศษแล้ว ยังทำให้เรามีรายได้พิเศษก้อนสำคัญที่ช่วยต่อยอดการศึกษาของเราในครั้งนั้น

จะบอกว่าเป็นบุณคุณของดอกมะลิก็คงไม่ผิดนะ

Advertisements

2 thoughts on “บุญคุณมะลิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s