ice bar และยา 3 ขนาน

     ข้างนอก, ฝนตกห่าใหญ่ น้ำฝนมากมายทะลักร่วงล้นลงมาจากบนฟ้า ทำเอาเราที่นั่งตัวลีบอยู่บนรถเมล์มองอะไรไม่เห็นนอกจากฝ้าขาวๆ นั่งนึกว่าเราเป็นนางเอกมิวสิควิดีโอหรือเปล่า ซึ่งถ้าเราเป็นนางเอกจริงๆ ตอนจบอาจจะไม่ต้องนั่งเป็นหมาหงอยก็ได้นะ

     เหตุที่เกือบจะบ่ายโมงแล้วยังนั่งอยู่บนรถเมล์เพราะเราไปหาหมอมา นาน..น๊านทีถึงจะได้ฤกษ์เดินเข้าโรงพยายาบาลด้วยความตั้งใจขนาดนี้ ถ้าไม่ไปตรวจสุขภาพเราก็แทบจะไม่ย่างกรายเข้าไปเลย เป็นไข้ ตัวร้อน มึนหัว อะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็คว้ายาขึ้นมากิน แล้วก็นอนพักจนกว่ามันจะหายไปเอง

     ส่วนวันนี้ที่ไปก็ไม่ได้มีอะไรร้ายแรง นอกจากตะกร้อครอบปากเราหลุด ไม่ใช่! คือ ขากรรไกร (เรียกว่ากรามก็ได้มั้ง) เรามันค้างๆ ล็อคๆ อะไรสักอย่างเรียกศัพท์ทางการแพทย์ไม่ถูก รู้แค่ว่าเราอ้าปากกว้างอย่างปกติไม่ได้ ซึ่งตอนที่เป็นแรกๆ ก็ไม่ได้มีอาการปวดร้าว เศร้าซึมอะไรมากมาย ก็แค่สร้างความหงุดหงิดและรำคาญใจในยามที่จะเคี้ยว จะกินอะไรก็ลำบาก แต่ตอนหลังเหมือนเริ่มปวดๆ เลยกลัวว่ามันจะลามปาก ลามปามไปกันใหญ่ ที่สำคัญ เรากลัวว่ามันจะไม่หายสนิท จึงตัดสินใจไปปรึกษาหมอจะดีกว่า

     หลังจากนั่งรอพยาบาลจัดคิวอยู่สักพัก เราก็โดนเรียกชื่อและเข้าไปพบหมอผู้หญิงท่าทางใจดีคนนึง หมอก็ถามอาการเรา เราก็เล่าไปตามที่เล่าให้ฟังข้างต้น แล้วหมอก็เอาเครื่องมือหน้าประหลาดๆ มาส่องรู้หูเรา, ให้เราอ้าปากเพื่อตรวจดูภายในช่องปาก แล้วก็กุกกักๆ อะไรอีกนิดหน่อย แล้วหมอก็บอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เลยถามย้ำว่าเราไปทำฟันมา หรือไปทำอะไรเกี่ยวกับปากและขากรรไกรมาหรือเปล่า เราก็บอกว่าไม่ หมอเลยบอกว่าต้องขอเอ็กซเรย์ดูกระดูกข้างในว่ามันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า

     นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เราได้รู้จักเครื่อง Dental X-Ray มันคล้ายๆ กับเครื่องตรวจวัดสายตา แต่จะมีกล้องที่หมุนรอบกระโหลกเรา ก็มีทั้งยืนหุบปากสนิทๆ กับอ้าปากให้กล้องมันบันทึกภาพลงฟิล์ม เราต้องทำ 2 รอบ เพราะครั้งแรกมันเห็นไม่ชัด

     ทำทุกอย่างเสร็จสรรพนั่งรอผลด้วยอาการปวดท้องเพราะหิวข้าวมากๆ สรุปคือ หมอบอกว่ากระดูข้างในมันปกติ ไม่ร้าว ไม่เอียง ไม่อะไรทั้งนั้น สงสัยว่ากล้ามเนื้อขากรรไกรเราอาจจะบวม หรืออักเสบ เลยสั่งยามาให้เรากิน 3 ชนิด และให้เราปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดนิดหน่อย ด้วยการค่อยๆ กินข้าวคำเล็กๆ จะหาวหรือจะหัวเราะก็ค่อยๆ ระมัดระวังการอ้าปาก จากนั้นอาทิตย์หน้าก็ไปพบหมออีกครั้ง เพื่อดูว่ามันแย่ลง ดีขึ้น หรือทรงตัว

     กว่าจะถึงอาทิตย์หน้า…เราต้องกินยาตั้ง 3 ขนาน เม็ดใหญ่มากๆ ด้วย ตายแน่ๆ ไม่ชอบกินยาจริงๆ เฮ่อ! แต่ก็นะ ทำไงได้ล่ะเป็นซะขนาดนี้แล้ว และเหนืออื่นใด เราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการตื่นและการกินอาหาร เพราะยาที่ได้รับมาต้องกินหลังอาหารเช้าและเย็น ซึ่งเราเป็นคนไม่เคยกินข้าวเช้าเลย ถ้าไม่เที่ยงกว่าก็บ่ายแก่ๆ ไปเลย นั่นคือ มื้อแรกของเรา นี่กะว่าพรุ่งนี้ต้องเริ่มตื่นเร็วขึ้น เพื่อลงมากินข้าวเช้า เพื่อจะได้กินยาที่อาจทำให้เราง่วงอีกตะหาก

     เหลือบตาขึ้นไปมอง เพิ่งเห็นว่าตัวหนังสือเรียงกันยาวเฟื้อย ปวดตากันหมดแล้วมั้งเนี่ย เขียนอีกเรื่องเดี๋ยวพอแล้ว ปวดตาเหมือนกัน

37.jpg06.jpg

19.jpg

     เมื่อคืนเราไปดูหนังเรื่อง Ice Bar มา (ชื่อภาษาไทยว่า ‘ไอติมอิ่มอุ่น’) จริงๆ ก็ไปคนเดียวแหล่ะ แต่เผอิญได้เจอน้องที่ออฟฟิศซึ่งเพิ่งลาออกไป เลยฉุดให้ไปดูด้วยกัน แล้วมันก็ดีจริงๆ หนังมันสนุกมากๆ ทำให้เราหัวเราะร่า และน้ำตาไหลได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน จะว่าไปมันก็หนังสูตรแหล่ะ แต่สูตรนี้มันอิ่มใจดี ยิ่งมีคนไปนั่งหัวเราะด้วยกันมันทำให้บรรยากาศการดูหนังของเรามันดีขึ้นเป็นสองเท่าเลย…

     ไปหาดูกันได้ที่ลิโดนะ

Advertisements

5 thoughts on “ice bar และยา 3 ขนาน

  1. แปลกดีนะ ไม่ให้อ้าปาก แต่ให้ยาเม็ดใหญ่มา (กำลังนึกภาพว่าใหญ่มาก)
    … ว่าแต่ค่ารักษาพยาบาลเท่าไหร่ละนี่

  2. เค้าให้อ้าปากนะ แต่อย่ากว้างมาก

    ส่วนค่ารักษา สบาย…บริษัทออกให้

  3. อย่างนี้ต้องหาคนมาช่วยป้อนข้าว

    … แถมป้อนยาด้วย

    * พรุ่งนี้เจอกันนะ

    ว่าแต่ ขากรรไกรค้าง แล้วจะคุยกะเราได้เหรอเนี่ย

  4. เห็นตัวอย่างหนังจากตอนที่ไปดู Hula Girls แล้ว
    เดี๋ยวว่าจะไปดูค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s