3 วันที่ผ่านไป…

อิจฉาแม่

     เมื่อวานค่ำๆ เราโทรไปหาแม่ หลังจากที่เมื่อราวๆ ต้นเดือนแม่โทรมาหาเพราะเห็นว่าเราหาย (หัว) ไปนาน นึกเป็นห่วงว่าเรายังหายใจและสบายดีหรือเปล่า เราเลยเกิดความรู้สึกผิดบาปในใจว่าเราละเลยและห่างเหินแม่มากเกินไปหน่อยแล้ว ตั้งใจว่าต่อไปจะโทรหาแม่ให้บ่อยขึ้นและจะพยายามกลับบ้านไปหาแม่ให้บ่อยขึ้นด้วย

     เสียงแม่สดใส คงเพราะสบายใจกับชีวิตใหม่ของตัวเอง คงกำลังสนุกและเห่อกับ ‘อะไรใหม่ๆ’ ผู้ฟังอย่างเราก็ได้แต่โล่งอก พลอยโล่งใจและสบายใจไปด้วยที่เห็นแม่กลับมายิ้มและความสุขในแบบที่ตัวเองอยากจะทำ อยากจะเป็นอีกครั้ง และก็แอบนึกอิจฉาแม่อยู่ในใจ แม่ช่างเป็นคนที่ปรับตัวได้ง่าย หาความสุขตามอัตภาพได้เรื่อยๆ ไม่เหมือนเราที่คิดอะไรมากมายเกินตัว เกินกำลัง ที่สำคัญแม่กำลังจะมี ‘บ้าน’ เป็นของตัวเองแล้ว ดีจังแฮะ ใครๆ ก็มีที่ทางเป็นของตัวเองทั้งนั้น

จะทำยังไงได้

     เจ็บจัง…เวลาที่เราต้องนั่งฟัง นั่งยิ้ม นั่งสนใจคนที่เราชอบพูดถึงคนอื่นๆ ที่เค้าชอบ เค้าสนใจ ซึ่งแน่นอนมันไม่ใช่เรา ไม่ว่าจะเป็นคนที่เค้าเคยชอบในอดีต คนที่เค้ากำลังนั่งมองขณะที่อยู่กับเรา และคนที่เค้าแอบคิดไปถึงในอนาคต ซึ่งเราก็ได้แต่นั่งฟังอย่างเดียว เราจะไปทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อเรารัก เราชอบอยู่ฝ่ายเดียว ก็ต้องทำขำๆ ไปเรื่อยเหมือนไม่คิดอะไรเพราะเค้าจะไม่สบายใจซะเปล่าๆ

     แต่ทั้งที่บอกตัวเองมาแบบนั้น 3 ปีแล้ว…แต่ก็ยังรู้สึกจี๊ดๆ ทุกครั้งที่ได้ยิน จะว่าไปแล้วระยะเวลาที่ผ่านมาเรานึกถึงเพลง ‘วันที่หัวใจเคลื่อนไหว’ ของน้าปอยอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้น เราก็จะร้องเพลงนี้อยู่ในใจ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่าจะหยุดร้องเมื่อไหร่ บางทีอาจจะเป็นวันที่หัวใจดวงไหนเคลื่อนไหวก็ได้มั้ง

“เธอก็ยังเหมือนเดิมอย่างนั้น ไม่เคยจะมองหันมาที่ฉัน

นานเพียงไหน ไม่สั่นไหว ไม่รักกัน

ฉันก็ยังเหมือนเดิมอย่างนี้

ปักใจ ไม่เคยหันไปเสียที

นานเพียงไหน ใจดวงนี้มีแค่เธอ

คงสักวันที่เธอหันมองกลับมา

หรือเป็นฉันที่ใจยอมหันจากไป

ฉันจะรอสักวัน วันที่มีหัวใจดวงไหนเคลื่อนไหว

อาจเป็นใจเธอ

ที่แพ้ให้กับรักจริง แพ้ให้กับหัวใจที่รักเธอเสมอ

เราคงได้รู้สักวัน…”

ก็ดีเหมือนกัน

     บางครั้ง, เราก็ต้องทำอะไรที่ไม่ชอบบ้าง เพื่อเป็นการผ่อนปรน โอนอ่อนผ่อนตามกัน อย่าเรียกว่ามันเป็นการฝืนใจหรือฝนทนอะไรเลย ล่าสุดเราเองที่อยากลองทำอะไรที่ไม่ชอบดูบ้างซึ่งมันก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่หรอก

     เราตีตั๋วดูหนังกับเพื่อนที่นานๆ จะมีโอกาสดูหนังด้วยกันสักครั้ง ทั้งๆ ที่ก็เป็นเพื่อนที่เจอกันบ่อยๆ ไปเที่ยวกันก็หลายครั้ง แต่ดูหนังนี่แทบจะนับได้เลยมั้ง มันคงเป็นเพราะเราชอบดูหนังคนเดียวด้วย และที่มากกว่านั้น คือ ความชอบในประเภทของหนังมันต่างกัน

     เพื่อนบอกว่า Fantastic 4 ต้องไม่ใช่หนังที่เราจะต้องดูแน่ๆ เราหัวเราะและบอกว่าไม่เคยคิดจะดูเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี แต่เราไม่ถูกโรคกับหนังแบบนี้ ดูแล้วไม่สนุก ไม่อิน เอาเป็นว่าหนังบางเรื่องบนโลกนี้มันก็มีบ้างที่จะไม่ถูกดูโดยเรา เพื่อนเลยบอกว่าไปดูหนังที่ลิโด้ก้ได้นะ เราบอกเพื่อนว่าถ้าอย่างนั้นที่เรานัดกันจะมีความหมายอะไร อุตสาห์ได้มาเจอกันแต่ต้องแยกโรงกันดู เราเลยจะขอดูเรื่องนี้ด้วยคน เพราะอยาก ‘ใช้เวลา’ อยู่กับคนอื่นบ้าง ดูหนังคนเดียวมามากพอแล้ว ซึ่งหนังมันก็ไม่เลวร้ายหรือแย่อะไร เราเองก็ดูไปเพลินๆ แหล่ะ แต่ถ้าจะต้องดูหนังแบบนี้อีกเราก็ไม่เอาหรอก…นาน น๊านดูทีมันถึงจะเวิร์ค

    

Advertisements

5 thoughts on “3 วันที่ผ่านไป…

  1. จะทำยังไงได้…ก็รักเขาแล้วไม่ใช่เหรอปัง สู้ สู้ : )

  2. จะทำยังไงได้
    ใช่ .. มันจะทำยังไงได้
    แต่ 3 ปีนี่ นานเหมือนกันนะ …

  3. 3 วัน ที่ผ่านพ้นไป ผ่านไปพร้อมใบไม้บาน
    ร่วงหล่นพริ้วปลิวลู่ลงทาง ดูใบไม้วางอ้างว้างเอกา
    เหมือนรักที่จากฉันไป จากไปเหลือไว้แต่น้ำตา
    หลั่งรินไหลท่วมใจท่วมขอบฟ้า ดังไฟรักพาฤทัยแหลกราญ

    เพียงหวังไขว่คว้า ค่าเหลือแค่อาลัย
    สุดจะเอ่ย บอกใคร ยั้งใจ ไม่ให้ หลงน้ำคำ
    3 วัน ยังผ่านเช่นเคย อย่าเลย ฉันกลัวบอบช้ำ
    อย่าตอกย้ำในความทรงจำ โอ้3วัน อย่าผ่านมาเลย

  4. หมา
    รู้สึกผิดกับแม่หลายทีแล้วนะมึง
    อยู่ใกล้ ยังไปหาได้ก็ไปซะ

    ส่วนเรื่องนั้น… เห็นเขามีความสุขก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ?
    อวยพรให้เขามีความรักดีๆ เหอะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s