ศาสนาประจำใจ

เชื้อชาติ : ไทย

สัญชาติ : ไทย

ศาสนา : พุทธ

     ตั้งแต่เริ่มจำความได้ เราก็รู้ว่าตัวเองเป็นคนไทย ที่เกิดบนแผ่นดินไทย และนับถือศาสนาพุทธ มันเป็นอย่างนั้นโดยอัตโนมัติ เพราะโคตรเหง้าศักราชของเราเป็นคนไทย แถมตั้งหลักปักฐานอยู่บ้านเมืองนี้มานมนานกาเล อีกทั้งยังเป็นพุทธศาสนิกชนไปด้วยในตัว โดยไม่มีใครตั้งคำถามว่า “ทำไมเราต้องนับถือศาสนาพุทธ”

     ตอนเด็กๆ เราเคยสงสัยว่าทำไมเราต้องเป็นชาวพุทธด้วย ทั้งที่ตอนเราเกิดเรายังไม่รู้เรื่อง รู้ความเลยว่าเราพึงพอใจกับศาสนาใดในโลก ทำไมเราต้องถูกจับให้นับถือศาสนาพุทธ และนอกจากศาสนาพุทธแล้วยังมีศาสนาใดในโลกนี้อีกบ้างที่เราให้ความสนใจ และพบว่าเหมาะ เข้ากับวิถีชีวิตเราได้

     เราเอาข้อสงสัยนั้นไปถามคุณครู และเพื่อนๆ ร่วมชั้น แต่ละคนก็มองหน้าเราราวกับว่าเราเป็นตัวประหลาด ไม่รักชาติ ไม่รักศาสนา และไม่รักพระมหากษัตริย์ ทั้งที่เราแค่สงสัย และอยากรู้ว่าเป็นไปได้มากแค่ไหนที่จะเว้นช่องกรอกศาสนาเอาไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องกรอกตั้งแต่ตอนที่เด็กอุแว้ออกมาได้ไหม…และเมื่อเลยมาถึงขั้นนี้ทำให้เราคิดต่อไปอีกว่า นอกจากเชื้อชาติและสัญชาติแล้ว เราจำเป็นแค่ไหนที่ต้องบอกใครต่อใครว่าเรานับถือศาสนาอะไร

     เราเป็นชาวพุทธทั้งด้วยใจและตามสูติบัตร

     เราเติบโตมาในชุมชนที่ยังผูกพันแน่นเหนียวกับวัด ในหมู่บ้านเรามีวัด มีเจ้าอาวาสเป็นศูนย์กลางในการริเริ่ม ร่วมแรงร่วมใจในการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญไหนๆ เราเลยซึมซับและประทับใจอะไรบางอย่างจากพุทธศาสนิกชนในชุมชนของเรา เราไปวัดในแทบจะทุกวันพระ เราสวดมนต์ก่อนนอน เราศึกษาพุทธประวัติ และพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ควบคู่ไปกับการเรียนเรื่องศาสนาอื่นๆ ในโลกอย่างคริสต์ หรืออิสลาม และอื่นๆ โดยที่เราไม่ได้คิดว่าอยากจะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นๆ ไม่ใช่เพราะศาสนาอื่นไม่ดี แต่เรารู้สึกว่าชีวิตเราเหมาะกับศาสนาพุทธดีอยู่แล้ว

     เราเป็นมุนษย์ปกติที่ยังคงความรัก โลภ โกรธ หลงอยู่ไม่น้อย แต่มันก็ไม่มากพอที่จะทำร้าย หรือสร้างความเสียหายให้กับคนรอบข้าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแม่เราสอนมาดี หรือเป็นเพราะเราซึบซับอะไรบางอย่างจากหลักของศาสนาพุทธไว้โดยที่เราไม่รู้ตัวหรือเปล่า เราไม่ได้กลัวบาปบุญคุณโทษ และกลัวการตกนรกโลกันต์มากเท่ากับกลัวคนอื่นเดือดร้อน เพราะคิดแค่ว่า “ถ้าเป็นเรา…” เราคิดแค่นี้เอง

     ทุกวันนี้เรายังถือศีล 5 ได้ไม่ตลอดรอดฝั่งเลย ทั้งที่รู้ว่าถ้าได้ทำ หรือทำได้ครบชีวิตจะดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่ทั้งที่รู้ก็ยังทำไม่ได้ โชคดีที่ไม่มีข้อบังคับให้เราต้องทำให้ครบ ไม่มีบทลงโทษเป็นข้อกฎหมาย มีเพียงผลของการกระทำนั้นๆ ที่จะติดตามมาไม่ห่าง ซึ่งมันเป็นผลที่เราต้องยอมรับ เพราะมันเกิดขึ้นจากตัวเราเองทั้งนั้น ไม่มีใครช่วยเราได้นอกเหนือจากตัวเราทั้งสิ้น ดังนั้นเวลาที่ชาวพุทธทำผิดกฎหมาย ทำความชั่ว สร้างความเดือดร้อน เลวร้ายให้กับคนอื่น เราแอบคิดเสมอว่า…เขาเหล่านั้นนับถือศาสนาพุทธด้วยใจหรือเพราะมันเป็นไปโดยอัติโนมัติ พวกเขาเคยสำนึก เคยคิดถึงใจคนอื่นบ้างไหม พวกเขากลัวบาปกันบ้างหรือเปล่า และเวลาที่พวกเขาไปวัดแล้วยกมือไหว้พระ ยกมือสวดมนต์พวกเขารู้สึกละอาย หรือขัดเขินบ้างไหม บางทีพวกเขาอาจแยกระหว่างทางโลก และทางธรรมได้อย่างดีเยี่ยม

     ได้ยินข่าวคราวล่าสุดเรื่องการเรียกร้องให้มีการบรรจุศาสนาพุทธไว้ในรัฐธรรมนูญที่กำลังเร่งร่างกันอยู่ว่า ให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ…เราใจไม่ดี  รู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่ได้ยินถ้อยคำอะไรแบบนี้ “ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ” “ไทยเป็นเมืองพุทธ” เราแค่นึกสงสัย…แล้วศาสนาอื่นๆ ล่ะ และเรามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่ต้องระบุว่าบ้านเรามีศานาพุทธเป็นศาสนาหลัก เป็นศาสนาประจำชาติ เรื่องความเชื่อ ความศรัทธาเราเอามาแบ่งแยกกันมากมายขนาดนี้ เรายึดติดกันมากขนาดนี้ ไม่แน่ใจว่ามันขัดต่อหลักศาสนาที่เราบอกว่าเราเป็น เรานับถือหรือไม่

     ถ้าถามเหตุผลของเราว่าทำไมเรายังเป็นพุทธศาสนิกชน เราขอตอบว่าเพราะเราชอบในความเป็นธรรมชาติ ความสมดุลย์ ความพอเหมาะ พอเจาะในหลักคำสอน และเราพอใจมากๆ ที่จะยึดถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำใจไปตลอดชีวิตโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีตัวบทกฎหมายใดมาบังคับเรา…เท่านั้นเอง

Advertisements

One thought on “ศาสนาประจำใจ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s